Bookmark and Share Add to Favorites  
ค้นหาสินค้า
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา

รวมลิ้งค์ส่วนราชการ
  รวมลิ้งค์สายการบิน ทั้งไทย และต่างประเทศ
  รวมลิ้งค์ส่วนราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี @ กระทรวงต่างๆ @
  รวมลิ้งค์เบอร์โทร ที่อยู่ โรงพยาบาลทั่วประเทศ
  รวมลิ้งค์มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ทั่วไทย
การท่องเที่ยว
  รวมเว็บสายการบิน คลิกเดียวเที่ยวทั่วโลก
  รวมตารางเดินรถ รถไฟ รถประจำทาง บขส
  เบอร์โทรสถานีขนส่งทั่วไทย
  โรงแรม ที่พักทั่วประเทศ
ฟังเพลงฮิตอัพเดทล่าสุด
  หยุดบอกเลิกกันเสียที - นิวจิ๋ว
  ใจกลางความรู้สึกดีๆ
  คนใจร้าย–โบ สุนิตา ละคร ขุนศึก
  แค่ได้รักเธอ -7 Days Crazy
  ฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอ - Klear
  รักมากเท่าไหร่ ใจเจ็บเท่านั้น
รวมลิ้งค์ธนาคาร
  รวบรวมสถานีขนส่ง และเบอร์โทรทั่วไทย
  ธนาคารไทยพาณิชย์
  ธนาคารยูโอบี
  ธนาคารทหารไทย
  ธนาคารกสิกรไทย
   ธนาคารกรุงเทพ
   ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  ธนาคาร standardchartered
  ธนาคาร HSBC
บริษัทประกันภัย
  อยุธยา อลิอันซ์
  กรุงเทพประกันชีวิต
  ทิพยประกันภัย
  เทเวศประกันภัย
  nationwide
  aia
  thaizurich
  เมืองไทยประกันชีวิต
  ไทยประกันชีวิต
รวมลิ้งค์สุขภาพ
  pharm.chula
  เภสัชกรรม รามา
  ชมรมฟื้นฟูโรคมะเร็ง
  สมาคมแพทย์โรคหัวใจ
การศึกษา
  สถาบันพัฒนาวิชาชีพ
  educationsphere
  บริการ e-Learning
  ทุนการศึกษา
  ชมรมพุทธศาสตร์สากล
  tutor2u.net
  eduzones.com
  คุณครูดอทคอม
  กู้ยืมเพื่อการศึกษา
  ศึกษาต่อต่างประเทศ
  เรียนต่อต่างประเทศ
  www.eiffel.com
  จุฬาคิดส์คลับ
  หาเเพื่อนร่วมรุ่น
  ศึกษาต่อต่างประเทศ
รวมเว็บผู้หญิง
  orientalprincess
  lancome-th.com
  tellmecosmetic
  www.gracear.com
  เรียนแต่งหน้า
  ผู้หญิงน่ะค่ะดอทคอม
  ปัญหาผิว
รวมรูปดารา
  ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก
  แซมมี่ ปัณฑิตา
  ญาญ่า VS ใหม่ดาวิกา ใครน่ารั๊กกกกว่ากัน ?
  รวมรูปใหม่ ดาวิกา
  รวมรูปมิน พีชญา
  รวมรูป@ชมพู่ อารยา
  รวมรูปขวัญ อุษามณี
  รวมรูปกิ๊ปซี่ วนิดา
  รวมรูปต่าย ชัชฎาภรณ์ @รวมรูปดารา ต่าย
  รวมรูปดาราแอบถ่ายทีเผลอ
  รวมรูปปาย สิตางค์ @ รูปเซ็กซี่ปาย สิตางค์ @ รวมรูปแอบถ่ายปาย
  รวมรูปปู ไปรยา ภาพหลุดปูไปรยา
  รวมรูปดารา อุ้ม ลักขณา
  รวมรูปโม อมีนา @ รวมรูปหลุดโม อมีนา @ รูปแอบถ่ายโม อมีนา
  ดูรูปดาราเซ็กซี่ทั้งหมด
รวมคลิปดาราเซ็กซี่
  รวมคลิป มิน พีชญา behind the scene@Lisa@in @Play Etude 10th
  คลิปพลอย เฌอมาลย์ @In Magazine
  รวมคลิปจั๊กจั่น-อคัมย์สิริ @ชุดว่ายน้ำปกแพรว Hot click !
  รวมคลิปแฟชั่น มิ้นต์ ชาลิดา @In Magazine @Lisa --Hot click !
  คลิปเต้ย จรินทร์พร @In Magazine
  คลิปแก้ม กวินตรา@In Magazine
  คลิปชมพู่ อารยา @In Magazineฉบับ 206
  คิมเบอร์ลี่ เบื้องหลังแฟชั่น In Magazine
  หยก ธัญยกันต์ เอ็กซ์แตกโชว์ sexy ล้างรถน้ำกระจาย
  รวมคลิปโม - อมีนา พินิจ @Maxim
  อั้ม พัชราภา เบื้องหลังแฟชั่น In Magazine
  คลิปเนย โชติกา @ Maxim Thailand
  ฉัตร เบื้องหลังแฟชั่น In Magazine
  Maxim เจนสุดา
  มิน พีชญา - เบื้องหลังแฟชั่น in magazine
รวมลิ้งค์เว็บชื่อดัง
  รวมโปรแกรมทำนามบัตรฟรี และสอนการสร้างนามบัตรใช้เอง
  รวมเว็บบทเรียนออนไลน์ สอนวิชาชีพ
  รวมเว็บหางาน
   อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน สยามกีฬา
  รวมเว็บยอดฮิตเกี่ยวกับการ์ตูน อ่านการ์ตูนออนไลน์ ของเล่นเด็ก
  รถยนต์ รถมือสอง รถมือ 1 ซื้อขายรถ รวมเว็บรถยนต์มากที่สุด
  กลอนรัก กลอนหวาน หาคู่ หากิ๊ก รวบรวมเว็บไซท์เกี่ยวกับหาคู่
  UFO 2011 รวบรวมคลิปที่ถ่ายติด UFO ต่างดาว จากทั่วโลก
  มาเ่ล่นเกมส์ออนไลน์กันไม๊
รวมนิตยสาร แฟชั่นออกใหม่
  มิว นิษฐา จิรยั่งยืน LISA vol. 15 no. 13 July 2014
  Hormones The Next Gen # สุดสัปดาห์ vol. 32 no. 735 July 2014
  น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ทีวีพูล vol. 25 no. 1260 July
  ปอย ตรีชฎา มาลยาภรณ์ PHEROMONE ASIA vol. 2 no. 15 July 2014
  อริสรา บัวปรางค์ [ฟ้า] HUG vol. 6 no. 8 July 2014
  สุษิรา แอนจิลีน่า แน่นหนา [ซูซี่] SLIM UP vol. 1 no. 76 July
  แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ LISA vol. 15 no. 14 July 2014
  มิน พีชญา วัฒนามนตรี ดิฉัน vol. 37 no. 897 July 2014
  แซมมี่ บัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาว์เวลล์ ทีวีพูล vol. 25 no. 1259
  แนท ณัฐชา นวลแจ่ม MIX vol. 6 no. 92 July 2014
  เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ HER WORLD vol. 10 no. 125 July 201
  หญิงลี ธิดารัตน์ ศรีจุมพล @ แพรว vol. 34 no. 837 July 2014
  ทิสานาฏ ศรศึก [นาว] ทีวีพูล June 2014
  ใหม่ ดาวิกา สุดสัปดาห์ vol. 32 no. 734 July 2014
  แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา IN vol. 9 no. 223 June 2

บอร์ดห้องวิญญาณ ถอดจิต สยองขวัญ

อาณาบริเวณของเมืองเชียงใหม่ในอดีตเป็นที่ตั้งของเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์กลาง ของอาณาจักรล้านนาไทย อันมีนามว่า “นพบุรีศรีนครพิงศ์” กษัตริย์ผู้สร้างนครเชียงใหม่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช พระองค์ทรงรวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อย บนแผ่นดินล้านนาไทย ให้เป็นผืนปฐพีเดียวกันรวมเป็นอาณาจักล้านนาไทยอันกว้างใหญ่ไพศาล

หลังจากนั้น พ.ศ. 1824 พระองค์ก็เสด็จกรีธาทัพเข้าตี นครหริภุญไชย ซึ่งมีพญายีบาครองอยู่และเป็นนครที่มั่นคงแข็งแรงที่สุด

พระญามังราย

ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายสร้างเวียงกุมกาม (ปัจจุบันอยู่ในเขตท้องที่หมู่ 11 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่) ริมฝั่งแม่ระมิงค์ เมื่อ พ.ศ.1837 ต่อมาทรงสร้างเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ พ.ศ.1839 โดยเชิญพระสหายคือพ่อขุนรามคำแหงแห่งเมืองสุโขทัยและพระญางำเมืองแห่งเมือง พะเยา เป็นที่ปรึกษาวางผังเมือง

พระญามังรายครองราชย์อยู่ จนถึง พ.ศ. 1835 เกิดนิมิตรประหลาดดลพระทัยให้พ่อขุนเม็งรายไปประพาสป่าและทอดพระเนตร พบชัยภูมิที่จัดสร้างเมืองใหม่ พระองค์โปรดให้สร้างที่ ประทับชั่วคราว ณ เวียงเล็ก (เมืองเล็ก) หรือเวียงเชียงมั่น ( คือบริเวณวัดเชียงมั่น ในปัจจุบัน ) จากนั้นก็โปรดให้ไพร่พลถางป่า และปรับพื้นที่บริเวณเชิงดอยอ้อยช้างหรือ ดอยสุเทพในปัจจุบัน แล้วโปรดให้เชิญเสด็จพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัยและพญางำเมืองแห่งนครพะเยา พระสหายร่วมน้ำสาบาน มาช่วยพิจารณาการสร้างเมืองใหม่

เมื่อพระสหายทั้ง 2 พระองค์เสด็จมาถึงและได้เห็นชัยภูมิที่ราบอันสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำปิง ตรงเชิงดอยสุเทพก็พอพระทัย พ่อขุนรามคำแหงถึงกับทรงมีพระดำรัสว่า ” เมืองนี้ข้าศึกจะเบียดเบียนกระทำร้ายมิได้ คนไหนมีเงินพันมาอยู่จะมีเงินหมื่นครั้นมีเงินหมื่นมาอยู่จะมีเงินแสนส่วนพระยางำเมืองถวายความเห็นว่า ” เขตเมืองนี้ดีจริง เพราะเหตุว่าเนื้อดินมีพรรณรังสี 5 ประการ มีชัย 7 ประการ เมืองนี้มีสิทธิ์นักแล “ ในที่สุด พ่อขุนเม็งรายก็ทรงดำเนินการสร้างเมืองใหม่

โดยให้ขุดคูและสร้างกำแพงเมือง เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมทั้งโปรดให้สร้างปราสาท ราชมณเทียรและบ้านเรือนในปี พ.ศ. 1839 พ่อขุนเม็งราย พ่อขุนรามคำแหง และพญางำเมือง ก็พร้อมใจกันขนานนาม พระนครแห่งใหม่ว่า ” นพบุรีศรีนครพิงศ์เชียงใหม่ “ เรียกกันเป็นสามัญว่า ” นครพิงศ์เชียงใหม่ “

อาณาจักรล้านนา

ล้านนาได้แผ่แสนยานุภาพไปถึงแพร่ น่าน พิษณุโลก มีอารยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ภาษาพูดเป็นของตนเอง พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งในรัชสมัยพระญากือนาและพระเจ้าติโลกราช แต่หลังจากสิ้นรัชสมัยพระเมืองแก้ว กษัตริย์องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์มังรายแล้ว เชียงใหม่เริ่มเสื่อมลงจนถึงยุคของพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์ พระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่าสามารถยึดเชียงใหม่ได้ในปี พ.ศ.2101 แต่ยังคงให้พระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์ปกครองเชียงใหม่ในฐานะเจ้าประเทศราช ต้องส่งส่วยและต้นไม้ทองต้นไม้เงินเป็นบรรณาการ ให้กองทหารพม่า 10,000 นายกำกับการบริหารราชการแผ่นดิน

ล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า

พ.ศ.2107 พม่าปลดพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์ จากราชบัลลังก์ แต่งตั้งพระนางวิสุทธิเทวีเป็นเจ้าผู้ครองนคร แต่เมื่อพระนางสวรรคตแล้วพม่าได้แต่งตั้งเจ้านายและข้าราชการของพม่ามาปกครองเชียงใหม่รวม 17 คน เป็นเวลานานถึง 216 ปี ช่วงเวลานี้เชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจทั้งของพม่าและกรุงศรีอยุธยา (รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)

ชาวล้านนาได้พยายามรวบรวมกำลังเพื่อเป็นอิสระจากพม่าหรือเพื่อ “ฟื้นม่าน” พระญาสุลวะฤาไชยนามเดิม “หนานทิพย์ช้าง” ขับไล่กองกำลังพม่าออกจากวัดพระธาตุลำปางหลวงและได้ครองเมืองลำปาง เมื่อ พ.ศ.2275 ต่อมาพม่ายึดลำปางคืนได้และแต่งตั้งเจ้าชายแก้วบุตรพระญาสุลวะฤาไชย ครองลำปาง เมื่อ พ.ศ.2307

การรวมล้านนาเข้าสยาม

พม่าซึ่งรักษาเมืองต่างๆ กดขี่ข่มเหงชาวล้านนา เกณฑ์ไพร่พลไปทำสงคราม เรียกเก็บทรัพย์สินและเสบียงอาหาร สร้างความเจ็บแค้น ไม่พอใจแก่ขุนนาง ชาวเมืองล้านนาจึงได้พยายามลุกขึ้นกอบกู้เอกราชของตน แต่เนื่องจากขาดกำลังจึงทำการไม่สำเร็จ

พ.ศ.2314 พระเจ้ากรุงธนบุรียกกองทัพมาตีเชียงใหม่ พระญาจ่าบ้านได้ชักชวนเจ้ากาวิละบุตรเจ้าฟ้าชายแก้วแห่งลำปางเข้าร่วมกองทัพไทยขับไล่พม่าออกจากล้านนา ตีเมืองเชียงใหม่ได้ใน พ.ศ.2319 ล้านนาจึงรวมเข้ากับสยาม พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงแต่งตั้งพระญาจ่าบ้านเป็นพระยาวชิรปราการครองนครเชียงใหม่ และทรงแต่งตั้งเจ้ากาวิละเป็นพระญากาวิละครองนครลำปาง โดยขึ้นกับกรุงธนบุรี แต่พม่าไม่ละความพยายามได้ยกทัพมาตีเชียงใหม่อีกหลายครั้ง

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้พระญากาวิละเจ้าผู้ครองนครลำปางเป็นพระยาวชิรปราการ สืบต่อจากพระญาจ่าบ้าน เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 1 ต้นราชวงศ์ทิพย์จักร หรือ ต้นราชวงศ์ของเจ้านายฝ่ายเหนือสายสกุล เจ้าเจ็ดตน บุตรหลาน พระญาสุลวะฤาไชย ที่ปกครองเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูนและลำปาง

เชียงใหม่มีฐานะหัวเมืองประเทศราชในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เจ้าเมืองมีอาญาสิทธิ์ในการปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษาและวัฒนธรรมประเพณี เยี่ยงพระมหากษัตริย์ กรุงเทพฯกำหนดหน้าที่ของเจ้าเมือง 4 ประการ คือ ช่วยป้องกันพระราชอาณาเขต ช่วยขยายพระราชอาณาเขต ช่วยเหลือในการสงคราม และ ส่งเครื่องราชบรรณาการและต้นไม้เงินต้นไม้ทองทุก 3 ป

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หลังการทำสนธิสัญญาเชียงใหม่กับอังกฤษเมื่อ พ.ศ.2416 รัฐบาลได้ส่งข้าราชการมาควบคุมดูแล แนะนำ ประสานงานให้เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญา อำนาจของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่เริ่มลดลงจนถึงเจ้าหลวงองค์สุดท้ายคือเจ้าแก้วนวรัฐ เชียงใหม่มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย

 พญาคำฟู ยุคการวางฐานอำนาจของอาณาจักรล้านนา
                  พญาคำฟู (พ.ศ.๑๘๗๗-๑๘๗๙) รัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงศ์มังราย   เมื่อพญาแสนภูสิ้นพระชนม์ พญาคำฟูได้ขึ้นครองราชย์ พญาคำฟูทรงมอบให้ พญาผายูราชโอรสครองเมืองเชียงใหม่ ส่วนพระองค์เสด็จไปประทับอยู่ที่เมืองเชียงแสน อาณาจักรล้านนาในสมัยนี้ มีความเข้มแข็ง เห็นได้จากนโยบายขยายอาณาเขตไปทางตะวันออก โดยเริ่มทำสงครามกับพะเยาในปี พ. ศ. ๑๘๘๓ ซึ่งมีผู้ปกครองคือ ขุนคำลือ  โดยพญาคำฟูทรงชักชวนพญากาวแห่งเมืองน่านยกทัพตีเมืองพะเยา แต่พญาคำฟูเข้าเมืองพะเยาจึงเอาทรัพย์สินในเมืองทั้งไปทั้งหมด    พญากาวน่านจึงยกทัพมาตีพญาคำฟู    พญาคำฟูเสียทีก็เลยยกทัพกลับเชียงแสน กองทัพพญากาวเมืองน่านติดตามไปยกทัพเลยไปตีถึงเมืองฝางได้  แต่ถูกทัพของพญาคำฟูที่ยกทัพใหญ่มาตีถอยล่นกลับเมืองน่าน เมืองพะเยาในสมัยนั้นอ่อนแอมากจึงได้ถูกยึดเมืองผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่ง ของอาณาจักล้านนานับแต่นั้นมา หลังจากยึดพะเยาได้แล้ว พ.ศ.๑๘๘๓  พญาคำฟูขยายอำนาจไปยังเมืองแพร่ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จจึงถอยทัพกลับมาทางเมืองลำปาง มาประทับทีเมืองเชียงใหม่ (แสดงให้เห็นว่าการรวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ทางตะวันออก ของล้านนา ไม่ใช่กระทำได้ง่าย ๆ และการย้ายที่ประทับของกษัตริย์มายังแคว้นตอนบนถึง ๓ รัชกาลติดต่อกัน ก็เป็นเหตุผลด้านยุทธศาสตร์ พญาคำฟูสิ้นพระชนม์ที่เมืองเชียงคำ) พ. ศ. ๑๘๘๗ เสด็จไปเยี่ยมพระสหายเป็นเศรษฐีใหญ่ชื่องัวหงส์อยู่เมืองเชียงคำ อันตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำคำ
                    พญาคำฟูกับเศรษฐีงัวหงส์คนนี้รักใคร่กันมากจนถือน้ำสาบานต่อกันว่าจะไม่คิดร้ายต่อกัน  หากผู้ใดผู้หนึ่งคิดร้ายขอให้มีอันเป็นไปถึงชีวิต เศรษฐีงัวหงส์เป็นคนค่อนข้างขี้ริ้วขี้เหร่อยู่ แต่น้ำใจงดงามทั้งยังมีภรรยาสาวสวยชื่อ นางเรือนแก้ว เมื่อพญาคำฟูเสด็จถึงบ้านเศรษฐีนางเรือนแก้วก็ต้อนรับขับสู้ด้วยความสนิทสนม เอาน้ำมาล้างพระบาทให้เมื่อวันเวลาผ่านมาผ่านไปด้วยความสนิทชิดใกล้ประกอบกับนางเรือนแก้วก็เป็นคนสวย ทั้งสองก็มีความพึงพอใจต่อกันพญาคำฟูและนางเรือนแก้วจึงลักลอบสมัครสังวาสกัน  ด้วยเหตุที่พระองค์เสียสัตย์สาบานต่อมหามิตร ครั้นอยู่มาได้ ๗ วัน พญาคำฟูลงไปสรงน้ำดำเศียรเกล้าที่แม่น้ำคำก็มีเงือกผีพรายน้ำใหญ่ตัวหนึ่ง(จระเข้)  ออกมาจากเงื้อมผาตรงเข้าขบกัดเอาร่างพญาคำฟูหายลงไปในน้ำผ่านไปถึง ๗ วันร่างนั้นจึงลอยขึ้นมา สวรรคตเมื่อพระชนม์ ๔๗ พรรษา เสนาอำมาตย์จึงเชิญพระศพกลับเมืองเชียงแสน แล้วจึงทูลเชิญเสด็จท้าวผายูมาจัดการพระบรมศพถวายพระเพลิงพญาคำฟู  แล้วอัญเชิญพระอัฐิและพระอังคารของพระองค์บรรจุลงในผอบทองคำชั้นหนึ่ง  ผอบเงินชั้นหนึ่ง ผอบทองแดงอีกชั้นหนึ่งไปยังนครเชียงใหม่  แล้วก่อพระสถูปเจดีย์องค์เล็กบรรจุไว้ ณ ริมตลาดลีเชียง แล้วโปรดให้สร้างพระวิหารขึ้นหลังหนึ่ง ในปี พ.ศ.๑๘๘๘ ตั้งชื่อว่าวัดลีเชียง(ปัจจุบันคือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร)  ต่อมาได้ขุดค้นพบ พระโกฏิที่บรรจุพระอัฐิของพระองค์เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ มีทองคำจารึกลายพระนามพระมหา เถรในยุคนั้นหนังถึง ๓๖๐ บาท   ส่วนนางเรือนแก้วมีความเสียใจมากจึงผูกคอตาย  เศรษฐีงัวหงส์ก้เสียใจต่อเหตุการณ์จึงถือศีลภาวนาตลอดชีวิต
                  เมื่อพญาคำฟูสิ้นพระชนม์ ท้าวผายูได้สืบราชสมบัติแทน แต่ไม่ได้เสด็จไปประทับอยู่เมืองเชียงแสน คงประทับอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ดังนั้น เมืองเชียงใหม่จึงได้มีความสำคัญกลายเป็นศูนย์กลาง ของราชอาณาจักรอีกครั้งและนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเมืองเชียงใหม่ได้กลายเป็นราชธานี ของอาณาจักรล้านนาอย่างแท้จริง และกษัตริย์ล้านนาในลำดับต่อๆมา จะประทับอยู่ที่เมืองเชียงใหม่แทบทุกพระองค์
แผ่นจารึกมหาเจดีย์และกู่บรรจุอัฐิพญาคำฟู


ในสมัยของพญาไชยสงคราม – สมัยพญาคำฟู นับว่าเป็นสมัยของการสร้างราชอาณาจักรล้านนาซึ่งเป็นรากฐานของความรุ่งเรืองและมหาอำนาจในกาลต่อมา
                   ตั้งแต่สมัยพญาไชยสงครามจนถึงสมัยพญาคำฟู ได้มีการย้ายที่ประทับของพระมหากษัตริย์ขึ้นไปยังเชียงรายและเชียงแสนตามลำดับ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า อาณาจักรล้านนาช่วงรัชสมัยพญาไชยสงครามถึงพญาคำฟู มีศูนย์กลาง ๒ แห่ง คือ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำกก มีศูนย์กลางที่เชียงรายกับเชียงแสนตามลำดับและเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงมีศูนย์กลางที่เชียงใหม่ สันนิษฐานว่าการย้ายที่ประทับขึ้นไปอยู่แคว้นโยนน่าจะมาจากปัจจัยสำคัญ ๒ ประการดังนี้
             ๑.การรวมภูกามยาวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา แม้ว่าพญามังรายมหาราชจะประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการสร้างเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา โดยรวบรวมเมืองต่างๆ ในเขตแคว้นโยนและเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา ได้แล้วก็ตาม แต่เข้าใจว่าในเขตแคว้นโยน อาณาจักรล้านนายังมิได้มีอำนาจเหนือเมืองต่าง ๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยเฉพาะภูกามยาวที่ยังมิได้รวมเข้ากับล้านนาอย่างแท้จริง มีฐานะเป็นเพียงพันธมิตรและในสมัยพญาไชยสงคราม มีฐานะเป็นเครือญาติ โดยการแต่งงานระหว่างพญาคำแดง เจ้าเมืองภูกามยาวกับนางแก้วพอตา พระธิดาของพญาไชยสงคราม สมัยพญาคำฟูพระองค์สร้างพันธมิตรกับเมืองน่านร่วมมือกันยกทัพเข้าไปโจมตีภูกามยาว และหลังจากนั้นเป็นต้นมาผู้ปกครองที่ ขึ้นครองเมืองพะเยาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากพระมหากษัตริย์ที่เชียงใหม่ (หอวชิรญาณ บัญชีหนังสือจ้างแปล แฟ้มที่ ๑๔ เลขที่ ๔๓ พงศาวดารเมืองพะเยา: ๕๖) และมักจะถูกส่งมาจากเชียงใหม่เสมอ (ประชุมจารึกเมืองพะเยา ๒๕๓๘: ๕๘-๖๗)
             ๒.การขยายเขตแดนของอาณาจักรไปจดแม่น้ำโขง ด้วยการตั้งเมืองเชียงแสนออกไปประชิดแม่น้ำโขงและใช้แม่น้ำโขงเป็นคูเมืองธรรมชาติ ฉะนั้นบทบาทสำคัญของเชียงแสนคือ เป็นเมืองหน้าด่านในการรับศึกตอนบน และเป็นศูนย์กลางตอนบนในการรับสินค้าจากทางตอนเหนือของพม่า และทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นแหล่งสินค้าสำคัญ เช่น อัญมณี ทองเหลือง และชะมดเช็ด เป็นต้น การสร้างอำนาจประชิดแม่น้ำโขงอีกวิธีการหนึ่งคือ การสร้างพันธมิตรกับเมืองเชียงของด้วยการแต่งงานระหว่างพญาผายู โอรส ของพญาคำฟูกับพระนางจิตราเทวีพระธิดาเจ้าเมืองเชียงของซึ่งมีพระโอรสคือพญากือนา ผู้ปกครองอาณาจักรล้านนาลำดับที่ ๖ และพญากือนาเองก็แต่งงานกับหลานของเจ้าเมืองเชียงของเช่นกัน ความสำคัญของเชียงของคือเป็นเมืองหน้าด่านรับสินค้าทางฝั่งหลวงพระบาง ซึ่งสินค้าที่ทำรายได้ที่มาจากหลวงพระบางเช่นครั่ง และกำยาน เป็นต้นในสมัยรัชกาลพญาผายูโอรสของพญาคำฟู ได้ทรงย้ายที่ประทับกลับลงมาที่เชียงใหม่ตามเดิม ผู้ปกครองเชียงใหม่พระองค์ต่อมาได้ดำเนินนโยบายในการสร้างเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางที่เข้มแข็ง และเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรในทุกๆ ด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และศูนย์กลางของแนวความคิด เป็นต้น

โดย : TKKKA   วันที่ : 15/7/2555 13:59:06 (IP : 110.169.155.XXX)

Your's is a point of view where real intelligence shnies through.

โดย : Sanae   วันที่ : 4/7/2555 3:03:55 (IP : 87.84.118.XXX)

ใช้งานเฉพาะสมาชิก
กรุณา Login เข้าสู่ระบบ