Bookmark and Share Add to Favorites  
ค้นหาสินค้า
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา

รวมลิ้งค์ส่วนราชการ
  รวมลิ้งค์สายการบิน ทั้งไทย และต่างประเทศ
  รวมลิ้งค์ส่วนราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี @ กระทรวงต่างๆ @
  รวมลิ้งค์เบอร์โทร ที่อยู่ โรงพยาบาลทั่วประเทศ
  รวมลิ้งค์มหาวิทยาลัย วิทยาลัย โรงเรียน ทั่วไทย
การท่องเที่ยว
  รวมเว็บสายการบิน คลิกเดียวเที่ยวทั่วโลก
  รวมตารางเดินรถ รถไฟ รถประจำทาง บขส
  เบอร์โทรสถานีขนส่งทั่วไทย
  โรงแรม ที่พักทั่วประเทศ
ฟังเพลงฮิตอัพเดทล่าสุด
  หยุดบอกเลิกกันเสียที - นิวจิ๋ว
  ใจกลางความรู้สึกดีๆ
  คนใจร้าย–โบ สุนิตา ละคร ขุนศึก
  แค่ได้รักเธอ -7 Days Crazy
  ฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอ - Klear
  รักมากเท่าไหร่ ใจเจ็บเท่านั้น
รวมลิ้งค์ธนาคาร
  รวบรวมสถานีขนส่ง และเบอร์โทรทั่วไทย
  ธนาคารไทยพาณิชย์
  ธนาคารยูโอบี
  ธนาคารทหารไทย
  ธนาคารกสิกรไทย
   ธนาคารกรุงเทพ
   ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  ธนาคาร standardchartered
  ธนาคาร HSBC
บริษัทประกันภัย
  อยุธยา อลิอันซ์
  กรุงเทพประกันชีวิต
  ทิพยประกันภัย
  เทเวศประกันภัย
  nationwide
  aia
  thaizurich
  เมืองไทยประกันชีวิต
  ไทยประกันชีวิต
รวมลิ้งค์สุขภาพ
  pharm.chula
  เภสัชกรรม รามา
  ชมรมฟื้นฟูโรคมะเร็ง
  สมาคมแพทย์โรคหัวใจ
การศึกษา
  สถาบันพัฒนาวิชาชีพ
  educationsphere
  บริการ e-Learning
  ทุนการศึกษา
  ชมรมพุทธศาสตร์สากล
  tutor2u.net
  eduzones.com
  คุณครูดอทคอม
  กู้ยืมเพื่อการศึกษา
  ศึกษาต่อต่างประเทศ
  เรียนต่อต่างประเทศ
  www.eiffel.com
  จุฬาคิดส์คลับ
  หาเเพื่อนร่วมรุ่น
  ศึกษาต่อต่างประเทศ
รวมเว็บผู้หญิง
  orientalprincess
  lancome-th.com
  tellmecosmetic
  www.gracear.com
  เรียนแต่งหน้า
  ผู้หญิงน่ะค่ะดอทคอม
  ปัญหาผิว
รวมรูปดารา
  ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก
  แซมมี่ ปัณฑิตา
  ญาญ่า VS ใหม่ดาวิกา ใครน่ารั๊กกกกว่ากัน ?
  รวมรูปใหม่ ดาวิกา
  รวมรูปมิน พีชญา
  รวมรูป@ชมพู่ อารยา
  รวมรูปขวัญ อุษามณี
  รวมรูปกิ๊ปซี่ วนิดา
  รวมรูปต่าย ชัชฎาภรณ์ @รวมรูปดารา ต่าย
  รวมรูปดาราแอบถ่ายทีเผลอ
  รวมรูปปาย สิตางค์ @ รูปเซ็กซี่ปาย สิตางค์ @ รวมรูปแอบถ่ายปาย
  รวมรูปปู ไปรยา ภาพหลุดปูไปรยา
  รวมรูปดารา อุ้ม ลักขณา
  รวมรูปโม อมีนา @ รวมรูปหลุดโม อมีนา @ รูปแอบถ่ายโม อมีนา
  ดูรูปดาราเซ็กซี่ทั้งหมด
รวมคลิปดาราเซ็กซี่
  รวมคลิป มิน พีชญา behind the scene@Lisa@in @Play Etude 10th
  คลิปพลอย เฌอมาลย์ @In Magazine
  รวมคลิปจั๊กจั่น-อคัมย์สิริ @ชุดว่ายน้ำปกแพรว Hot click !
  รวมคลิปแฟชั่น มิ้นต์ ชาลิดา @In Magazine @Lisa --Hot click !
  คลิปเต้ย จรินทร์พร @In Magazine
  คลิปแก้ม กวินตรา@In Magazine
  คลิปชมพู่ อารยา @In Magazineฉบับ 206
  คิมเบอร์ลี่ เบื้องหลังแฟชั่น In Magazine
  หยก ธัญยกันต์ เอ็กซ์แตกโชว์ sexy ล้างรถน้ำกระจาย
  รวมคลิปโม - อมีนา พินิจ @Maxim
  อั้ม พัชราภา เบื้องหลังแฟชั่น In Magazine
  คลิปเนย โชติกา @ Maxim Thailand
  ฉัตร เบื้องหลังแฟชั่น In Magazine
  Maxim เจนสุดา
  มิน พีชญา - เบื้องหลังแฟชั่น in magazine
รวมลิ้งค์เว็บชื่อดัง
  รวมโปรแกรมทำนามบัตรฟรี และสอนการสร้างนามบัตรใช้เอง
  รวมเว็บบทเรียนออนไลน์ สอนวิชาชีพ
  รวมเว็บหางาน
   อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน สยามกีฬา
  รวมเว็บยอดฮิตเกี่ยวกับการ์ตูน อ่านการ์ตูนออนไลน์ ของเล่นเด็ก
  รถยนต์ รถมือสอง รถมือ 1 ซื้อขายรถ รวมเว็บรถยนต์มากที่สุด
  กลอนรัก กลอนหวาน หาคู่ หากิ๊ก รวบรวมเว็บไซท์เกี่ยวกับหาคู่
  UFO 2011 รวบรวมคลิปที่ถ่ายติด UFO ต่างดาว จากทั่วโลก
  มาเ่ล่นเกมส์ออนไลน์กันไม๊
รวมนิตยสาร แฟชั่นออกใหม่
  มิว นิษฐา จิรยั่งยืน LISA vol. 15 no. 13 July 2014
  Hormones The Next Gen # สุดสัปดาห์ vol. 32 no. 735 July 2014
  น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ทีวีพูล vol. 25 no. 1260 July
  ปอย ตรีชฎา มาลยาภรณ์ PHEROMONE ASIA vol. 2 no. 15 July 2014
  อริสรา บัวปรางค์ [ฟ้า] HUG vol. 6 no. 8 July 2014
  สุษิรา แอนจิลีน่า แน่นหนา [ซูซี่] SLIM UP vol. 1 no. 76 July
  แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ LISA vol. 15 no. 14 July 2014
  มิน พีชญา วัฒนามนตรี ดิฉัน vol. 37 no. 897 July 2014
  แซมมี่ บัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาว์เวลล์ ทีวีพูล vol. 25 no. 1259
  แนท ณัฐชา นวลแจ่ม MIX vol. 6 no. 92 July 2014
  เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ HER WORLD vol. 10 no. 125 July 201
  หญิงลี ธิดารัตน์ ศรีจุมพล @ แพรว vol. 34 no. 837 July 2014
  ทิสานาฏ ศรศึก [นาว] ทีวีพูล June 2014
  ใหม่ ดาวิกา สุดสัปดาห์ vol. 32 no. 734 July 2014
  แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา IN vol. 9 no. 223 June 2

ห้องไซไฟ นิยายวิทยาศาสตร์ อินคา แอตแลนติส

อภิมหาอุทกภัยที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทำให้ส่อเค้าว่าในอนาคตเราอาจจมอยู่ใต้น้ำอย่างถาวร ซึ่งก็มิใช่เรื่องประหลาดผิดธรรมชาติแต่อย่างใด เพราะอดีตกาลนั้นมีหลายนครที่จมอยู่ใต้สมุทรมาแล้ว และหนำซ้ำยังเป็นนครที่มีอารยธรรมสูงส่งน่าอัศจรรย์ หนนี้จึงขอนำเรื่องและภาพของนครใต้สมุทร
เหล่านี้มาเสนอ

จากหลักฐานทางวิทยา-ศาสตร์ทำให้เรารู้ว่าในยุคน้ำแข็ง(Ice Age) ช่วงท้ายๆนั้นระดับน้ำในมหาสมุทรอยู่ต่ำกว่าที่เป็นเดี๋ยวนี้มาก ก็ลองจินตนาการถึงภาพภูเขาน้ำแข็งสูง 3 กิโลเมตรที่ปกคลุมอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรปและอเมริกาดูซิว่าจะมีปริมาณเป็นน้ำมากมายมหาศาลเพียงใด

น้ำแข็งขั้วโลกนี้เริ่มต้นละลายเมื่อ 21,000 ปี ก่อนโน้น และสิ้นสุดการละลาย ราว 10,000 ปีที่ผ่านมา ผลของการนี้ทำให้เมืองมั่งคั่งชายฝั่งทะเลค่อยๆจมอยู่ใต้ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมบริเวณดินแดนที่ถูกทะเลกลืนกินพอๆกับพื้นที่ยุโรปบวกกับประเทศจีน ประวัติศาสตร์ของดินแดนเหล่านี้ถูกลบทิ้งไปจากพิภพ และเรื่องราวของพวกเขาก็ยากที่จะสำรวจค้นคว้า เพราะมหาสมุทรนั้น “ลึกล้นสุดคณนา” เมืองที่สาบสูญไปใต้สมุทรซึ่งโด่งดังที่สุดได้แก่ “แอตแลนติส” (Atlantis) มีจารึกที่บันทึกถึงนครนี้ไว้มากมายกว่านครอื่น โดยเฉพาะหนังสือสองเล่ม “ติมาอีอุส” (Timaeus) กับ “ไครติ

อัส” (Critias) ที่เพลโต (Plato) ปราชญ์กรีก เขียนไว้ในปี 360 ก่อน ค.ศ. เขากล่าวถึงแอตแลนติสในฐานะนครที่มีความก้าวหน้าสูงส่ง มีกำแพงเมืองล้อมเป็นชั้นๆและรุ่งเรืองสมัย 9,000 ปีก่อนเขาเกิด มีวังใหญ่ของกษัตริย์ เพลโตยังระบุว่ามีแสนยานุภาพทัพเรือที่พิชิตดินแดนอื่นๆทั่วโลก และที่สำคัญคือเขากล่าวว่าแอตแลนติสก็มีความสัมพันธ์กับโลกอื่นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โดยเทพแห่งสมุทร “โพไซดอน” สร้างแอตแลนติสขึ้นมา ทั้งนี้ในสายตาของมนุษย์โลกแล้ว ผู้มาจากดวงดาวอื่นก็ดูสูงส่งดุจเทพเจ้านั่นเอง

ตำนานกล่าวว่าเทพโพไซดอนได้ประสบพบสาวงามบนโลกอนงค์หนึ่ง จากนั้นเธอก็ตั้งครรภ์ เทพแห่งสมุทรจึงได้สร้างแอตแลนติสขึ้นสำหรับทายาทได้ครอบครอง ครั้นต่อมาเมืองนี้ได้พ่ายแพ้ต่อนครเอเธนส์ (Athens) จึงได้เกิดมหาอุทกภัยขึ้นถล่มนครนี้จนจมหายไปภายในหนึ่งวันกับหนึ่งคืนเท่านั้น แต่บางตำนานก็กล่าวว่ามิได้เกิดภัยพิบัติอันใด หากเกิดจากน้ำมือชาวแอตแลนติสตะหาก

หนังสือของเพลโตบ่งชี้ว่าที่ตั้งของแอตแลนติสอยู่เบื้องหน้าเสาหลักของเฮอร์คิวลิส (Pillars of Hercules) ผู้รู้บางคนบอกว่าตำแหน่งดังกล่าวก็คือช่องแคบยิบรอลต้า (Gibralta) ในปัจจุบันนั่นเอง ทั้งนี้เมื่อผ่านพ้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนออกมาสู่มหาสมุทรแอตแลนติสอันไพศาลก็จะพบกับหมู่เกาะบาฮามา (Bahamas) เรียงรายเป็นสายโซ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฟลอริดา ซึ่งที่นี่เองในปี1968 เจ. แมนสัน วาเลนไทน์ (J.Manson Valentine) นักโบราณคดีเชื่อมั่นว่าเขาได้พบบางส่วนของแอตแลนติสในลักษณะที่เป็นชั้นหินน่าทึ่งอยู่นอกชายฝั่งเกาะบิมินิ (Bimini Island) บริเวณนั้นน้ำลึกเพียง 4 ถึง 6 เมตร ทำให้เห็นแนวหินได้ชัดเจน แต่แรกคิดกันว่าเป็นเพียงหินชายหาดธรรมดา ครั้นแล้วจึงสังเกตเห็นว่ามันเป็นหินชายหาด (beach rock) ที่วางตั้งบนหินชายหาดอีกที่หนึ่งโดยมีลิ่มหินเป็นสลักยึดไว้ให้มั่นคง นี่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ หากจากมือมนุษย์และเมื่อพินิจต่อไปก็สันนิษฐานได้ว่ามันถูกก่อขึ้นเพื่อกันคลื่น

 

ดังนั้นภายในแนวหินยาว 100 เมตรนี้ก็คือท่าเรือนั่นเอง แล้วก็ยังพบต่อไปถึงสิ่งก่อสร้างน่าอัศจรรย์ใจอีกหลายอย่างทั้งถนนทางเข้าอาคารที่ถูกปกคลุมด้วยปะการัง ซึ่งมนุษย์ยุคนั้นไม่สามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้เป็นไปได้ไหมว่า ซากชาย ฝั่งเกาะบิมินินั้นก็คือแอตแลนติสที่สาบสูญไปและถนนที่พบนั้นอาจนำไปสู่อาคารอื่นๆของเมือง กระทั่งปี ค.ศ.2000 นักสำรวจสมุทร พอลีนา เซลิทสกี้ (Paulina Zelitsky) ได้ค้นพบแนวหินที่วางเรียงเป็นสมมาตร ใต้ทะเลทางตะวันตกของคิวบา จมลึกเกือบหนึ่งกิโลเมตรจึงต้องใช้เครื่องโซนาร์สำรวจ แล้วก็ได้ผลว่ามีอาคารหินขนาดมหึมาถึง 80แห่งก่อตั้งด้วยหินบล็อคสี่เหลี่ยมซ้อนกัน แต่หลายก้อนก็เป็นแท่งกลมวางซ้อนเป็นระเบียบสูงถึง 5-6 เมตรก็มี เห็นชัดว่ามีลักษณะเป็นซากของถนน อาคาร อุโมงค์ และพีระมิดจากหินลาวาภูเขาไฟที่จมอยู่บริเวณใกล้เคียงทำให้ทดสอบได้ว่าซากเหล่านั้นมีอายุกว่า 6,000 ปี หรือว่าเมืองนี้ก็คือแอตแลนติสเมื่อ 10,000 ปีก่อนโน้นที่เพลโตรจนาไว้

ทั้งคิวบาและหมู่เกาะบาฮามาอยู่บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (Bermuda Triangle) ที่กินเนื้อที่กว่า 500,000 ตารางไมล์และเป็นที่ลือลั่นจากปรากฏการณ์สนามแม่เหล็กดึงดูดเครื่องบินและเรือต่างๆให้อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นไปได้ไหมว่าสาเหตุแท้จริงเกิดจากอุปกรณ์บางอย่างของมนุษย์จากโลกอื่นที่มาตั้งฐานอยู่ ณ แอตแลนติส ก่อนจะละทิ้งที่มั่นสุดท้ายนี้ไป ยังมีเมืองอื่นของมนุษย์นอกโลกอีกไหมที่จมอยู่ใต้สมุทร?

โยนากูนิ (Yonaguni) เกาะเล็กๆทางตะวันตกของญี่ปุ่นอาจเป็นอีกคำตอบ ปี 1987 คิฮาชิโร อาราตาเกะ (Kihachiro Aratake) นักดำน้ำญี่ปุ่นได้จ๊ะเอ๋เข้ากับสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ความลึก 20 เมตรจากฝั่งสมุทร กล่าวกันว่าเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโบราณ คดีใต้น้ำเลยเชียวแหละ

ลักษณะอาคารที่พบเป็นแบบพีระมิดห้าชั้น ฐานกว้างขนาดสองสนามฟุตบอล มีช่องเป็นมุมฉากให้เดินเข้าไปได้อย่างสบายจนถึงปลายทางที่มีบันได หินขนาดยักษ์เรียงซ้อนกันเข้า มุม 90 องศา อย่างสมบูรณ์ แน่ นอนว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ เพราะได้พบทั้งอุปกรณ์แกะสลัก และแท่งหินที่มีการสลักเสลาไว้ มีช่องอุโมงค์ที่คุณสามารถดำลอดเข้าไปได้ มีใบหน้ามนุษย์ขนาดความสูง 8 เมตรสลักไว้บนผนังหินคล้ายกับหินสลักบนเกาะอีส
เตอร์แต่มองอีกทีก็เป็นแบบสฟิงซ์ที่เฝ้าพิทักษ์พีระมิดอียิปต์มากกว่า ทั้งหมดทั้งมวลนี้จมอยู่ตั้งแต่การละลายของยุคน้ำแข็งหลังสุด

มีซากฟอสซิลของมนุษย์ที่โยนากูนิ ซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ ทว่าเขาจะสร้าง สรรค์สิ่งเหล่านี้ขึ้นได้หรือ เพราะช่วงนั้นเรายังเป็นคนป่าอาศัยถ้ำและล่าสัตว์ไปวันๆเท่านั้นเอง จะเอาเทคโนโลยีอันใดมาก่อสร้างอาคารมหึมาเยี่ยงนี้ได้ นักโบราณ คดีบางคนจึงเชื่อว่าน่าจะมีร่องรอยของมนุษย์นอกโลกมาช่วยสร้างสรรค์ให้แล้วก็น่าประหลาดที่สิ่งก่อสร้างอัศจรรย์นี้ตั้งอยู่ในมหา สมุทรแปซิฟิกบริเวณที่ขนานนามกันว่า “สามเหลี่ยมมังกร” (Dragon’s Triangle) โดยไม่ไกลจากทางใต้ของญี่ปุ่น ได้เกิดปรากฏการณ์ที่ละม้ายกับสาม เหลี่ยมเบอร์มิวดา นั่นคือเครื่องบินที่ผ่านได้อันตรธานไปจากท้องฟ้า และเรือก็สาบสูญไปจากท้องน้ำโดยไร้ร่องรอย ยิ่งกว่านั้นทางการญี่ปุ่นยังออกคำเตือนว่าอย่าบินข้ามอาณาเขตนี้หรือแล่นเรือให้ห่างๆเข้าไว้ มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายขึ้นแก่คุณได้

 Yonaguni Stone

ตำนานโบราณของญี่ปุ่นสืบเนื่องถึงปัจจุบันได้กล่าวถึง “ทะเลมังกร” (Dragon Sea) ไว้หลายเรื่องเกี่ยวกับการที่มีวัตถุลึกลับพุ่งขึ้นจากใต้ทะเลและโผบินขึ้นไปในอากาศ โดยตำนานโบราณจะอ้างว่าเป็นอสุรสัตว์ที่มีปีกและพ่นไฟจากปากได้ แต่ตำนานทันสมัยจะพูดถึงการปรากฏของยานที่มีเครื่องยนต์กลไก

ย้อนไปปี ค.ศ.1803 มีตำนานหนึ่งเล่าไว้ถึงชายหาดตอนเหนือของญี่ปุ่นว่ามียานประหลาดขนาดใหญ่รูปกลมถูกคลื่นซัดมาชายฝั่ง เมื่อชาวประมงเข้าไปดูภายในยานก็ได้พบสาวสวยวัยเยาว์ที่พูดภาษาซึ่งพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เธอกอดกล่องใบหนึ่งไว้แน่นโดยไม่ยอมให้ใครแตะกล่อง กล่าวกันว่ากล่องใบนั้นบรรจุศีรษะของชายที่เธอรัก ตำนานดังกล่าวนี้รู้จักกันในชื่อ “อู สุโร บูเน่” หรือ “เรือที่ว่างเปล่า” และเป็นปริศนามาช้านานว่าเรือลำนี้มาจากแห่งหนใด สาวลึกลับนั้นเป็นผู้ใด เธอและยานลำนั้นมาจากดวงดาวไกลโพ้นใช่หรือไม่

มีรูปปั้นลักษณะหนึ่งเรียกกันว่า “โดกุ” (Dogu) เป็นหุ่นมนุษย์ที่ใส่ชุดฟอร์มอันมีหมวกโลหะครอบหัว บางตัวสวมแว่น ตา หัวเข็มขัดกลมประหลาด รวมทั้งสายรัด เมื่อมองเผินๆก็เหมือนกับชุดของมนุษย์อวกาศยังไงยังงั้น นักโบราณคดีได้จัดทำแคตาล็อกของโดกุไว้เป็นจำนวนถึง 15,000 ลักษณะ ซึ่งโดกุเหล่านี้สร้างไว้ตั้งแต่สมัยโจมอน อันเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ราว 14,000 ถึง 300 ปีก่อน ค.ศ. ตำนานที่มาพร้อมโดกุกล่าวว่า พวกเขาลงมาจากท้องฟ้าและสั่งสอนวิชาการให้มนุษย์โบราณไว้หลายเรื่อง เป็นไปได้ไหมว่า “โดกุ” เหล่านี้แหละคือผู้สร้างสรรค์นครใต้น้ำแห่งโยนากุนิไว้

ข้ามมาทางซีกมหาสมุทรอินเดียบ้าง

ปี 2001 รัฐบาลอินเดียได้จัดทำโครงการสำรวจมลภาวะบริเวณก้นสมุทรอ่าวคัมพัต (Gulf of Khambhat) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย โดยไม่คาดว่าจะพบเห็นอะไรมากไปกว่าขยะสกปรกที่สุมอยู่ใต้น้ำ หากทว่า เมื่อใช้เครื่องโซน่าร์กวาดจับบริเวณที่ห่างจากฝั่งไปสิบกิโล เมตร เครื่องก็ได้สแกนภาพสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาขึ้นบนจอ นั่นคือซากของเมืองเก่าสองเมืองที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 13 ตาราง กม.

ครั้นสำรวจเพิ่มเติมก็พบว่า สองเมืองนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโบราณ มีอาคารสร้างด้วยหินหลายหลัง และคงจมอยู่นานดึกดำบรรพ์ตั้งแต่สมัยที่นักโบราณคดีกล่าว่าครั้งนั้นยังไม่ปรากฏเมืองใดๆบนพื้นโลก หากทว่าด้วยความลึกจากผิวน้ำถึง 50-60 เมตร กับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทำให้การสำรวจยากลำบาก กระนั้นทางการก็ยังสามารถเก็บรวบรวมสิ่งของไว้ได้หลายชิ้น ทั้งทำด้วยไม้และดินเผา ซึ่งเมื่อนำมาทดสอบแล้วก็ทำให้ตื่นตะลึงเพราะอายุของสิ่งของเหล่านี้ย้อนกลับไปถึง 32,000 ปี และโดยที่นักโบราณคดีสันนิษฐานได้ว่าเมืองนี้จมอยู่ใต้น้ำตั้งแต่ 9,000 ปีก่อนโน้น

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสองนครนี้ควรรุ่งเรืองในช่วง 32,000 ถึง 9,000 ปีในอดีต ทั้งที่อารยธรรมฮินดูนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 4,000-5,000 ปีมาแล้วเท่านั้น ในขณะที่บรรดานักปราชญ์ฮินดู ยืนยันว่าแท้จริงแล้วอารยธรรมฮินดูมีมานานกว่านั้นคืออาจถึง 100,000 ปีมาแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นการค้นพบซากเมืองโบราณแห่งอ่าวคัมพัตจะช่วยยืนยันความเห็นของปราชญ์ฮินดูได้หรือไม่

หลักฐานอีกแห่งหนึ่งที่อาจสนับสนุนความเห็นนี้ก็ได้แก่ ซากที่จมอยู่ใต้น้ำห่าง 320 กม. จาก เมืองทวารกะ (Dwarka) ปัจจุบันซึ่งได้มีการขุดค้นพบเมื่อเร็วๆนี้ และโดยที่ห่างจากชายฝั่งไม่มากนัก ระดับความลึกก็เพียงแค่ 23 เมตร ทำให้การสำรวจไม่ยากลำบาก นักดำน้ำได้ค้นพบกำแพงเมืองที่ก่อด้วยหินทราย ถนนปูด้วยหิน และมีร่องรอยความเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองในอดีตกาล นักโบราณคดีศึกษาดูแล้วก็ประกาศว่านี่คือซากของเมืองโบราณในตำนานที่มีชื่อว่า ทวารกะ อันเป็นที่สถิตของพระกฤษณะ เทพเจ้าที่ชาวฮินดูนับถือสูงส่ง สร้างความตื่นเต้นดีใจ ให้แก่ชาวฮินดูประหนึ่งชาวคริสต์ได้ค้นพบ จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) ยังไงยังงั้น

ตำนานเมืองมวารกะได้พูดถึงกษัตริย์ศัลวะได้บุกมาโจมตีเมืองโบราณแห่งนี้และมีการใช้อาวุธที่สูงด้วยเทคโนโลยีราวกับใช้โดยมนุษย์ต่างดาวและยังมีการใช้ยานพิเศษที่ลักษณะคล้ายยานอวกาศอีกด้วย เรื่องของนครใต้สมุทรที่มีร่องรอยว่าสร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้มาจากนอกโลกนั้นยังมีอีก. เช่น เมืองวานากุ (Wanaku) ที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบติติกากา (Lake Titikaca) แห่งเปรู ที่ทีมงานอิตาลีได้ดำลงไปสำรวจเมื่อสิงหาคม 2000 และได้พบนครโบราณใต้ความลึก 30 กว่าเมตร

เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแอตแลนติส จากพระอียิปต์รูปหนึ่ง เล่าให้รัฐบุรุษกรีก

 

มีบันทึกเก่าแก่ของเรา เรื่องราวในอดีตแสนไกลว่า เมืองของท่านสกัดการบุกของกองทัพอันเกรียงไกร จากเกาะแสนไกลในมหาสมุทรแอตแลนติกได้อย่างไร กองทัพยิ่งใหญ่ที่มุ่งมั่นโจมตียุโรปทั้งหมด และเอเชียด้วย เอาละ เกาะนี้เป็นเกาะใหญ่มาก ใหญ่กว่าแอฟริกา และเอเชีย รวมกัน – และตั้งอยู่ตรงข้ามกับช่องแคบระหว่างเสาหินของเฮอคิวลีส

เกาะแอตแลนติส ปกครองโดยตระกูลกษัตริย์ ที่ทรงอำนาจ ที่ปกครองมิใช่เพียงเกาะนี้ แต่เกาะอื่นๆ และบางส่วนของแผ่นดินใหญ่ด้วย ราชวงศ์กษัตริย์ ที่ปกครองแอฟริกาเหนือ ไกลออกไปถึงอียิปต์ และยุโรปใต้ไกลออกไปถึงอิตาลี

ราชวงศ์ผู้ปกครองแอตแลนติส เป็นเชื้อสายของ เทพโพซีคอน ที่แบ่งดินแดนให้โอรสสิบองค์ปกครอง โอรสองค์โต เป็นกษัตริย์ของเกาะทั้งหมด เกาะที่มีชื่อเรียกว่าแอตแลนติส ส่วนมหาสมุทรยังเรียกเป็นแอตแลนติก เพราะว่ากษัตริย์พระองค์แรก ชื่อ แอตลาส ( Atlas ) โอรสองค์อื่นๆ ได้รับการจัดสรรดินแดนให้ปกครองทุกองค์ เชื้อสายของกษัตริย์แอตลาสเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก เป็นราช วงศ์ที่ร่ำรวย และทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยมีราชวงศ์ใดเคยทำได้มาก่อน หรือจะมีขึ้นอีก

ชาวแอตแลนติส ไม่เพียงแต่สั่งสินค้าส่วนใหญ่จากภายนอก แต่พวกเขาเองก็ผลิตแทบจะทุกสิ่งได้ที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน โลหะแข็ง โลหะอ่อน และโลหะซึ่งเหลือแต่ชื่อ คือ โอริชาลคัม โลหะที่มีค่ามากที่สุด ยกเว้นทองคำ และแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้สีเขียวทุกหนแห่ง อากาศที่แสนวิเศษ ทำให้ผลไม้สุกปีละสองครั้ง ในแผ่นดินมีช้าง และสัตว์อื่นๆ มากมาย ทั้งสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง นครบนเขากลางเกาะ มีเส้นผ่าศูนย์กลางสามพันฟุต และเป็นนครอันชวนพิศวง สะพานถูกสร้างข้ามช่องแคบทะเลโดยโพซีดอน คลองถูกขุดจากนครสู่ทะเล และป้อมปราการเคลือบด้วยตะกั่ว ทองเหลือง และโอริชาลคัมสีแดง

ณ ตำแหน่งใจกลางนคร คือ มหาราชวังและวิหารยิ่งใหญ่แห่งเทพโพซีดอน สถานศักดิ์สิทธิ์ ล้อมรอบด้วยกำแพงทอง ปกคลุมด้วยเงิน เด่นเป็นสง่าด้วยหอคอยทองคำเหนือหลังคางาช้าง ภายในวิหารมีอนุสาวรีย์ทองคำขององค์เทพ ขนาดใหญ่โตมโหฬาร จนกระทั่งสัมผัสหลังคาวิหาร

ลากด้วยม้ามีปีกหกตัว ล้อมรอบด้วยเทพแห่งทะเล เป็นจำนวนร้อยขี่ปลาโลมา และที่ด้านนอกวิหาร มีอนุสาวรีย์ทองคำเจ้าชายแห่งแอตแลนติสทุกองค์พร้อมด้วยชายา

และในเกาะมีน้ำพุร้อนและเย็น สำหรับอาบ เป็นน้ำพุประดับ สวนสาธารณะและสวนผลไม้ มีที่สำหรับออกกำลังกายสำหรับบุรุษและม้า สนามม้าแข่งขนาดใหญ่ โรงทหาร ห้องคนเฝ้ายาม อู่เรือ ท่าเรือ เต็มไปด้วยเรือสิน ค้าและเรือทหาร

ที่ราบรอบนครล้อมรอบด้วยภูเขา และคลองหลายคลองลึกหนึ่งร้อยฟุต กว้างหกร้อยฟุต ทั้งหมดรวมกันแล้วยาวมากกว่าสามพันไมล์ แล้วกษัตริย์ทั้งสิบผู้ครองเกาะ ร่วมประชุมกัน ให้สัตย์ปฏิญาณต่อกันว่า จะช่วยเหลือกันเมื่อเผชิญกับสงคราม และพวกเขามีรถศึกหนึ่งหมื่นคัน กองทัพเรือ มีเรือมากกว่าหนึ่งพันลำ

เวลาผ่านไปหลายชั่วอายุสมัย ผู้คนแห่งเกาะเป็นพลเมืองผู้เคารพกฎหมาย กษัตริย์ของพวกเขาก็ปกครองอย่างชาญฉลาดและยุติธรรม ไม่ให้คุณค่าแก่ทรัพย์สมบัติ ยกย่องคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนที่ดีแห่งจิตวิญญาณของพวกเขาก็ลดน้อยถอยลงไป และในหัวใจมีแต่ความทะเยอทะยานอย่างไม่คำนึงถึงกฎหมาย คลั่งไคล้หลงไหลในอำนาจ

แล้ว ซูส กษัตริย์แห่งทวยเทพ ตระหนักถึงความเสื่อมทรามที่กำลังเกิดกับชนชาวแอตแลนติส ตั้งพระทัยจะลงโทษพวกเขา เพื่อว่าพวกเขาจะได้มีสติขึ้นมาอีก ซูสจึงเรียกทวยเทพมาชุมนุมกัน

ดังนั้น กองทัพแห่งแอตแลนติสจึงรวมกำลังกัน มุ่งหวังจะพิชิตเฮลลาส และอียิปต์ และฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมด และแล้ว มันก็เกิดขึ้น พระอียิปต์ปลอบใจโซลอน บุรุษแห่งเอเธนส์ได้แสดงออกถึงความกล้าหาญและความเก่งกล้าต่อโลก ในตอนแรก และในฐานะผู้นำของเฮลเลนส์ และแล้วก็ยืนอยู่อย่างเดียวดาย เมื่อถูกคนอื่น ๆ ผละหนีหาย หลังจากที่ได้เผชิญกับสุดยอดแห่งภยันตรายแล้ว เขาก็สามารถเอาชนะฝ่ายรุกรานได้ และสร้างอนุสรณ์สถานเอาไว้ รักษาความเป็นอิสระแก่คนจากความเป็นทาส และปลดปล่อยคนอื่น ๆ จากความเป็นทาส

แต่แล้วก็เกิดมหันตภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ ทั้งวันและคืนที่โหดร้าย แผ่นดินแยกและกลืนกินชีวิตนักรบของเอเธนส์ทั้งหมด ในขณะที่เกาะยิ่งใหญ่แห่งแอตแลนติสก็จมหายไปในทะเล และมาถึงทุกวันนี้ น้ำมหาสมุทรที่ตำแหน่งนั้นก็ตื้นเขิน เรือผ่านไม่ได้ กลายเป็นสันดอนดินโคลน ซึ่งเกิดจากแผ่นดินเมื่อเกาะถล่ม

 

โดย : john   วันที่ : 5/4/2555 22:06:27 (IP : 110.169.148.XXX)

ใช้งานเฉพาะสมาชิก
กรุณา Login เข้าสู่ระบบ